SEO คืออะไร

 

SEO-SEM

 

SEO คืออะไร ?

Search engine optimization (SEO) คือ ขบวนการปรับเเต่งเว็บไซต์ด้วยเทคนิควิธีเฉพาะด้าน เพื่อให้เว็บไซต์ปรากฎอยู่ในตําเเหน่งอันดับต้นๆ ของเว็บ Search Engines ชั้นนำของโลก

เช่น Google, Yahoo, Bing, Gigablast, Exalead, Alexa, Entireweb, Mahalo, Zuula ในผลการค้นหาคำ ( Search Keyword )ที่เราต้องการค่ะ

ซึ่งวิธีการทำ SEO นั้นจะประกอบไปด้วย การปรับปรุง-เพิ่มคำสำคัญ หรือ ศัพท์เทคนิคเรียกว่า (Keyword คีย์เวิร์ด) ในหน้าเว็บไซต์ ตลอดจนการปรับแต่งหน้าเว็บให้มีขนาดเล็ก การใช้ meta tag การปรับโค๊ดเว็บไซต์, วิธีการนำเสนอ, ตัวโครงสร้างเว็บไซต์

และที่สำคัญเหนืออื่นใด คือ เนื้อหาที่ดีมีประโยชน์ และเป็นเนื้อหาที่ไม่ได้คัดลอกมาจากที่ใด เป็นต้นฉบับ และเทคนิควิธีอื่นๆ ควบคู่กันไป

ดังนั้น การทํา SEO เมื่อถึงเวลาตามที่ได้วางเเผนไว้ เมื่อมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ทำการค้นหาข้อมมูล บนเว็บ Search Engines เช่น Google ด้วยคำที่เกี่ยวข้องกับสินค้า หรือ บริการของเว็บไซต์นั้นๆ ก็จะทำให้สินค้า และบริการนั้นๆ ถูกค้นพบหรือปรากฎในอันดับต้นๆได้มากยิ่งขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสการทําธุรกิจ หรือโอกาสการขายสินค้าหรือบริการนั่นเองค่ะ

แสดงผลการค้นหา SEO ใน Google

SEO คืออะไร

ในกรอบสีเขียวอ่อน คือ พื้นที่โฆษณา

ในหน้าที่แสดงผล search engine นั้น โฆษณา overture ของ google ที่เราแทรกเอาไว้ จะได้เงิน ทุกครั้งที่มีการคลิ๊ก และ โฆษณาที่เราแทรกเอาไว้จะ ถูกแสดงอยู่ที่ “ผู้สนับสนุนเว็ปไซต์”

การโฆษณา overture นี้ เราจะเรียกว่า “PPC (Pay Per Click)” หรือ “โฆษณา listing”

ในกรอบสีเขียวเข้ม คือ พื้นที่แสดงผล SEO

ผลการค้นหาจะถูกแสดงในส่วนนี้เนื่องจากการจัดอันดับจะเป็นไปตาม อัลกอริธึม ※ ล่าสุดของ search engine ของ google ซึ่งจะเรียกกันว่า “organic search”เนื่องจากผลในการค้นหาจะเป็นไปตาม ธรรมชาติซึ่งขึ้นอยู่กับ search engine

※ อัลกอริธึม คือ วิธีการพิจารณาและพื้นฐานในการตรวจ สอบของเว็ปไซต์เพื่อกำหนดอันดับในการทำ search engine

SEO ก็คือการทำอันดับในการค้นหาของ organic search ให้มีอันดับที่สูงขึ้นนั้นเอง

 

SEO ทำแล้วได้อะไร ?

  1. เพื่อให้เว็บไซต์ของเราได้รับการจัดลำดับ ในอันดับที่ดีขึ้น (ยิ่งเป็นอันดับที่ 1 ใน Keyword นั้น ๆ ด้วยยิ่งดี)
  2. เพื่อให้มีคนได้มีโอกาสเข้าเว็บเรามากขึ้นโดยการคลิกที่ลิงค์จากการค้นหาผ่าน Search Engine
  3. เพื่อเป็นการประหยัดค่าโฆษณาเว็บไซต์ของเรา ที่ไปติดโฆษณาในที่ต่าง ๆ
  4. เพื่อทำให้เว็บไซต์เราสามารถขายสินค้าและบริการได้มากขึ้น (อันนี้เหมาะกับเว็บ e-Commerce และ e-Marketing ต่าง ๆ )
  5. เพราะการค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine มีคนใช้ถึง 81% เราต้องทำให้คนรู้จักเราให้ได้มากที่สุด
  6. การทำ SEO เป็นการประหยัดเวลาระยะยาว (แต่ใช้เวลาทำนานไม่น้อยกว่า 6 เดือน)
  7. ถ้าคุณติดลำดับต้น ๆ ในหน้าแรกแล้วจะทำให้เกิดการคลิกและเข้าเว็บเรามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  8. เพื่อเป็นการพัฒนาเว็บไซต์ เพื่อให้เกิดการใช้งานโดยผู้ใช้ ไม่ใช่แค่เรากับเพื่อนเรา
  9. เหตุผลอื่น ๆ ที่คุณอยากให้เว็บคุณเป็น

การทำ SEO ต้องอาศัยทั้งทักษะและประสบการณ์มากมาย กับกฏเกณฑ์ที่ไม่ตายตัวของแต่ละ Search Engine อีกด้วย 

จากอันดับในการค้นหาอยู่ลำดับต้นๆ ก็จะมีผลทำให้ จำนวนผู้เข้าชมเว็ปไซต์สูงขึ้น SEO เป็นการโฆษณาที่ มีผลระยะยาว ดังนั้นจึงเป็นเทคนิคการตลาดชั้นสูงที่ คุ้มค่าการลงทุน การที่เรามีอันดับดี ก็หมายถึงการสามารถคาดหวัง ผลของ branding จากการที่มีผู้เข้ามาชมเว็ปไซต์มากได้อีกด้วย

แสดงภาพการจัดอันดับ SEO

การที่ผู้ใช้จำนวนมากเข้าชม20 อันดับเว็ปไซต์สูงสุดตามsearch engine ซึ่งก็หมายความว่าเราสามารถเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมได้ ด้วยการทำอันดับให้ติด1 ใน20

ATTENTION

แม้ SEO จะเป็นเทคนิคทางการตลาดที่ช่วยให้มีผู้เข้าชมเว็ปไซต์เพิ่มขึ้น แต่การนำมาซึ่งผลกำไรนั้น จำเป็นที่จะต้องทำเว็ปไซต์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ด้วย เช่น Usability test เป็นต้น

 

ทำ SEO ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ ?

การทำ SEO ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดลำดับ โดย Search Engine แต่ถ้าค่าใช้จ่ายสำหรับการจ้างเจ้าหน้าที่ หรือ ผู้เชี่ยวชาญนั้นในการทำ SEO นั้นต้องเสียแน่นอน แล้วแต่ว่าจะมากน้อยเพียงใดตามข้อตกลง

ถึงแม้ว่าเว็บไซต์ของคุณจะติดอันดับที่ 1 บนหน้าแรกแล้ว ก็ยังคงต้องใช้ทักษะการทำ SEO ไปตลอด เพื่อรักษาระดับการติดอันดับที่ดีที่สุดในหน้าแรก

ปกติแล้ว บริษัทที่รับทำ SEO จะขอเวลา 3-6 เดือน สำหรับอันดับ Top 20

 

วิธีการทำ SEO

  • คัดเลือก keyword (คำค้น) ที่เหมาะสมหรือใกล้เคียงกับสินค้าและบริการของเรา
  • วิเคราะห์คำค้นของคู่แข่งด้วยว่ามากน้อยเพียงใด คู่แข่งยิ่งมาก การไต่อันดับก็ยิ่งยาก
  • สร้างเว็บไซต์ตามหลักการของ seo จะทำให้มีโอกาสได้อันดับที่ดี
  • สร้าง back link คุณภาพ เพื่อดันและพยุงอันดับให้ยั่งยืน
    • แลกลิ้งค์กับเว็บไซต์เพื่อนบ้าน ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ เว็บไซต์ ของเรา
    • คอมเม้นท์ เว็บไซต์ ต่างประเทศ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้อง/ใกล้เคียงกับ เว็บไซต์ ของเรา โดยอย่าลืมใส่ “คำค้น” ตรงในส่วนของข้อมูลผู้แสดงความคิดเห็น (Commentator Profile) ด้วยนะจ๊ะ เพื่อจะได้ให้คนที่สนใจคลิกลิ้งค์กลับมายังเว็บไซต์ของเรา
    • เปิดเว็บฟรี เว็บบล็อก เช่น hi5, Facebook, blogger, ฯลฯ เป็นต้น (หรือที่เรียกกันว่า web2.0) สัก 6 เว็บขึ้นไป เขียนเนื้อหาและส่งลิงค์กลับมายังเว็บหลักของเรา เชื่อมโยงกันให้ครบทั้ง 6 เว็บ เพื่อล่อให้บอทวิ่งวนอยู่ในเว็บเราเป็นส่วนใหญ่ หลังจากเปิดเว็บบล็อค (web2.0) และเชื่อมโยงเสร็จเรียบร้อย ให้นำเว็บบล็อคทั้งหมดไปที่ Social Bookmark ต่างๆ เพื่อโปรโมทเรียกบอทให้วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลยังเว็บเราทั้งหมด

 

SEO

การที่จะทำให้เว็บไซต์ของเรานั้นเป็นผลลัพธ์แรกๆ ในการค้นหาจาก Search Engine นั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เราต้องอาศัยความพยายาม โดยหลักการทั่วๆ ไปดังนี้…

  1. เลือก Domain Name ที่เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์ ตัวอย่างของเว็บไซต์ที่เลือก Domain Name ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาคือ GameSpot.com ซึ่งตัวเว็บไซต์ ก็มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Game
  2. การอัพเดทเนื้อหาที่สม่ำเสมอ การอัพเดทเว็บไซต์บ่อยๆ จะทำให้ Search Engine ได้รับข้อมูลใหม่ของเว็บไซต์เราบ่อยๆ โดยปกติแล้ว Search Engine จะชอบเว็บไซต์ ที่มีการเพิ่มเนื้อหาสม่ำเสมอ มากกว่าเว็บไซต์ที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลง
  3. แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ ที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกัน ขอย้ำ! ว่า.. เนื้อหาต้องเกี่ยวข้องกัน ไม่เช่นนั้น Search Engine จะมองว่าเว็บไซต์ที่เราลิงค์ไปนั้นไม่มีคุณภาพ หรือไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ในเว็บไซต์ที่มัน indexed อยู่ สิ่งนี้จะทำให้เราเว็บไซต์ของเรามีค่าลดลงในสายตาของ Search Engine
  4. อย่ามีแค่เนื้อหา ถ้าคุณเวลา คุณสามารถอัพโหลดรูปภาพประกอบเนื้อหาเข้าไปด้วยจะดีมาก เพราะคนที่เข้าชมเว็บไซต์เห็นตัวหนังสือเยอะๆ จะเริ่มเอียน มีรูปภาพบ้างประปราย คนอ่านจะได้พักสายตาบ้าง แถมเว็บไซต์ของคุณอาจจะมีโอกาสไปปรากฏในผลลัพธ์การค้นหารูปภาพของ Search Engine อีกด้วย สองเด้งเลยทีนี้ แน่นอนรวมถึงการอัพไฟล์วีดีโอด้วย ถ้าทำครบได้ก็ดีเลยครับ
  5. ออกแบบเว็บไซต์ให้น่าใช้ เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญนะครับคุณลองดูอย่างเว็บไซต์ wikipedia นะครับ เค้าไม่ได้ออกแบบให้หรูหราอะไรเลย ใช้สีอยู่ไม่กี่สี รูปภาพไม่กี่รูป แต่น่าอ่าน คนใช้แล้วอยาก ใช้อีก บางเว็บนะครับ (ไม่ขอเอ่ยชื่อเว็บ) ใช้สีเยอะแยะรูปเยอะไปหมด เปลี่ยนรูปตัวชี้เมาส์เราอีกตะหาก เว็บเหล่านี้แหละครับที่จะไม่ค่อยกลับมาใช้อีกเพราะว่ามันใช้ลำบากครับ

 

ระยะเวลาในการทำ SEO เพื่อโปรโมทเว็บไซต์ ขึ้นอยู่กับความยากง่ายของ keyword และจำนวนคู่แข่งของเราด้วย

การทำ SEO นั้นมีผลดีในระยะยาว แต่คุณต้องไม่ใช้วิชามารในการทำ SEO เพราะถ้าทำอย่างนั้น Search Engine ต่างๆ จะเริ่มแบนคุณภายในไม่เกิน 1 ปี อย่างแน่นอน

 

เทคนิคการทำ SEO ด้วย Title tags

Title tags นั้นตามปรกติจะใช้บอกชื่อหน้าของเว็บเพจ ซึ่งจะแสดงผลอยู่ด้านบนสุดของ web browser เป็นส่วนที่ถือว่าสำคัญมากในการทำ SEO เพราะผลลัพธ์ในการค้นหาที่ได้นั้นจะแสดงผลเนื้อหาที่อยู่ใน Title tags ก่อน
Title optimize SEO หากเราสังเกตจะพบว่า 1 ใน 10 หรืออันดับต้นๆที่เป็นผลลัพธ์จากการค้นของของ Search Engine นั้นไม่มีผลลัพธ์ใดเลยที่ไม่มีคำที่ค้นหา (Keyword) อยู่ใน Title tags แน่นอนว่า keyword ที่อยู่ในเนื้อหา หรือ body tags นั้นก็มีความสำคัญเช่นเดียวกัน แต่มันจะดีกว่าหากเราให้ความสำคัญตั้งแต่ชื่อของเว็บเพจ โดยพิจราณา หัวข้อดังต่อไปนี้ก่อนการตั้งชื่อให้กับเว็บเพจ

  • Keyword สำคัญที่ต้องการให้ค้นหาเจอ หรือ keyword ที่เป็นตัวแทนของเว็บเพจนั้น จะต้องอยู่ใน Title tag
  • ความยาวไม่ควรเกิน 60 ตัวอักษร หรือประมาณ 7 ถึง 10 คำ
  • ควรทำให้ผู้ใช้งานสามารถอ่านได้ง่าย
  • ไม่ควรใส่ชื่อหน้า เช่น หน้าแรก , ติดต่อเรา หรือ สินค้าของเรา เพราะไม่สื่อถึงความหมาย และผู้ใช้งานก็ไม่ได้ใช้คำพวกนี้ในการค้นหา
  • พยายามให้ keyword ที่ต้องการนั้นอยู่ชิดกัน เช่น ขายรถยนต์ Toyota ปี 1990 ไม่ควรใช้เป็น ขายรถยนต์ ปี 1990 ยี่ห้อ Toyota เพราะให้หัวข้อนี้เราต้องการเน้น keyword 2 ตัวคือ รถยนต์ และ Toyota
  • ควรให้ Keyword อยู่เป็นคำแรกใน Title tags
  • ไม่ควรใช้ Keyword ใน Title tags ซ้ำกัน เพราะจะทำให้คำนั้นกลายเป็นขยะไป
  • ลำดับของ Keyword ก็มีความสำคัญ เช่น Toyota Yaris ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า Yaris Totota เพราะด้วยความคุ้นเคยที่เรามักจะค้นหาด้วยยี่ห้อของรถก่อน จากนั้นจึงใส่ชื่อรุ่น หรืออาจเป็นเพราะการโฆษณาที่ทำให้เราเคยชินกับชื่อ Totota Yaris

สุดท้ายนี้ Keyword อาจสำคัญสำหรับการทำ SEO ก็จริง แต่สิ่งที่สำคัญมากสำหรับการทำเว็บไซต์คือ เราทำให้คนอ่านไม่ใช่ให้คอมพิวเตอร์อ่าน ทางทีมงานจึงขอแนะนำว่าควรใช้คำที่มีความหมาย และสื่อให้ผู้อ่านเข้าใจง่ายที่สุด จึงจะมีประโยชน์มากที่สุด

อย่าลืม วัดผลหลังจากทำ SEO กันด้วยนะคะ โดยใช้ Google Analytic + Google Webmaster Tools ในการวัดผล และเพื่อปรับปรุงการทำ SEO ให้ดียิ่งขึ้น

 

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก http://teaching-work-seo.blogspot.com, http://seo.clisk.co.th, http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=2d55b764d3a765ca, hellomyweb.com